มีสกินแคร์หลาายตัว ต้องทาตัวไหนก่อนดี ?

หลายๆ คนที่มีสกินแคร์หลายตัวคงเกิดความสับสนว่าจะต้องทาเนื้อแบบไหนก่อน หรือต้องทาตัวไหนก่อนถึงจะถูกต้อง ทำไมใช้แล้วไม่เห็นผล ? จริงๆ อาจจะเป็นเพราะเราลงผิดวิธีเลยทำให้สกินแคร์ต่างๆ ซึมเช้าสู่ผิวได้ไม่เต็มที่ วันนี้เลยมาแนะนำขั้นตอนการลงสกินแคร์ที่ถูกต้องจะได้นำไปปฏิบัติตามกันได้ ! 
 
วิธีการลงสกินแคร์ : ตอนเช้า
 
1. ล้างหน้า
 
ล้างหน้าให้สะอาดแบบเบา ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เพื่อล้างความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิว
 
2. โทนเนอร์ 
 
หลังจากล้างหน้าเสร็จ ขั้นตอนการเตรียมผิวเพื่อรับการบำรุงได้ดีที่สุดคือการเช็ดผิวด้วยโทนเนอร์ ลีกเลี่ยงสูตรที่มีส่วนผสมของน้ำหอมเพื่อป้องกันการแพ้
 
3. ครีมทาเฉพาะจุด
 
ครีมที่ไว้สำหรับทาเฉพาะจุด เช่น เจลแต้มสิว ครีมลดการอักเสบ  ควรทาให้สัมผัสผิวมากที่สุด ซึ่งทาได้หลังเช็ดโทนเนอร์ ทิ้งให้ซึมสักพัก แล้วค่อยทาสกินแคร์ทั่วหน้าด้วยตัวอื่นต่อ
 
4. น้ำตบ / เอสเซนส์ / เซรั่ม
 
น้ำตบ เอสเซนส์ เซรั่ม คือผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว หากมีแค่ตัวใดตัวหนึ่งก็สามารถใช้แค่ตัวเดียวได้ เลือกตัวที่มีเนื้อบางเบา ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย และตบเบาๆ ให้เนื้อซึมเข้าสู่ผิว แต่ถ้าหากมีครบทั้งสามตัว ให้เลือกทาตัวที่เนื้อมีความเข้นขนน้อยที่สุดก่อน 
 
5. ครีมบำรุงรอบดวงตา
 
เนื่องจากบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางมาก ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตาที่มีความอ่อนโยนและเนื้อไม่หนักเพื่อที่จะได้ซึมสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ทาพยายามอย่าลงน้ำหนักมือมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดริ้วรอยได้
 
6. ออยล์ 
 
หลายๆ คนอาจจะเลี่ยงขั้นตอนนี้ไป เพราะจะทำให้รู้สึกว่าหน้านั้นมัน แต่หากทาออยล์ลงบนผิวหน้าจะช่วยปิดส่วนผสมของสกินแคร์ตัวอื่นๆ ที่ทาไว้ก่อนหน้า ทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันยังช่วยให้หน้าเนียนนุ่มอีกด้วย
 
7. ครีมกันแดด
 
ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญมากๆ ก่อนที่จะออกจากบ้านได้ คือ ต้องทาครีมกันแดด เพราะแสงแดดนอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำแล้ว ยังอาจทำให้เกิดฝากระได้ ควรเลือกครีมกันแดดที่มีความบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ และ SPF ไม่ควรต่ำกว่า 30
 
วิธีการลงสกินแคร์ : ตอนกลางคืน
 
1. เช็ดเครื่องสำอาง
 
การเช็ดเครื่องสำอางออกด้วยคลีนซิ่งบาล์มหรือคลีนซิ่งออยล์ หรือเมคอัพรีมูฟเวอร์ ก่อนล้างหน้า เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมากหลังจากการแต่งหน้า เพราะถ้าหากไม่เช็ดออกก่อนอาจจะทำให้อุดตันรูขุมขนก่อให้เกิดสิว 
 
2. ล้างหน้า
 
โฟมล้างหน้าที่ดีต้องช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด ทั้งสิ่งสกปรก มลภาวะ และความมัน แต่ยังคงความชุ่มชื้นไว้ที่ผิวอยู่ ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงและขาดความสมดุลของผิว
 
3. ผลัดเซลล์ผิว / สครับหน้า
 
การสครับหน้าเพื่อผลัดเซลล์ผิวเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญมากเหมือนกัน เพราะเป็นการทำความสะอาดผิวหน้าช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออก เผยเซลล์ผิวใหม่เพื่อรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ *การสครับผิวควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง*
 
4. โทนเนอร์
 
การเช็ดผิวด้วยโทนเนอร์หลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง และช่วยให้ครีมบำรุงต่าง ๆ ซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างให้ออกมากยิ่งขึ้น
 
5. มาส์กหน้า
 
การมาส์กหน้าจะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ อิ่มน้ำ เนียนนุ่มมากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องมาส์กทุกวันเพราะค่อนข้างจะใช้เวลานาน  (15-20 นาที) ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอ
 
6. ครีมทาเฉพาะจุด
 
ใครมีปัญหาเรื่องสิวหรือรอยดำรอยแดง ฝากระต่างๆ ควรทาครีมที่บริเวณนั้นๆ ก่อนลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
7. น้ำตบ / เอสเซนส์ / เซรั่ม
 
เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวมากยิ่งขึ้นด้วย น้ำตบ  เอสเซนส์ หรือเซรั่ม เลือกที่มีเนื้อบางเบาซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และไม่เหนียวเหนอะหนะ ในขณะที่ทาให้ตบเบาๆ หรือนวดตามแนวรูขุมขน เป็นการช่วยให้น้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีและช่วยให้เนื้อสกินแคร์ซึมเข้าสู่ผิวมากยิ่งขึ้น *ไม่ควรนวดแรง*
 
8. ครีมบำรุงรอบดวงตา
 
การบำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้น ไร้ริ้วรอย ดูเหมือนได้รับการพักผ่อน ไม่แห้งเหี่ยว โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย ควรใช้สกินแคร์ที่ใช้สำหรับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองได้
 
9. มอยเจอร์ไรเซอร์
 
การทามอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยลดหรือป้องกันภาวะผิวแห้ง ลอก คัน หรือระคายเคือง จะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวนุ่มและอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้น
 
10. สลีปปิ้ง มาสก์
 
ขั้นตอนสุดท้ายคือการล็อคความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวอย่างยาวนานด้วยสลีปปิ้งมาสก์ จะช่วยเสริมความเรียบเนียนของผิว
 
ไม่จำเป็นว่าจะต้องลงสกินแคร์ตามข้างบนทั้งหมดนะคะ สามารถปรับเปลี่ยนการบำรุงตามสภาพผิวของตัวเองได้ตามสะดวก แค่จำไว้ให้ขึ้นใจว่า ลงเนื้อที่บางเบาซึมเข้าสู่ผิวง่ายที่สุดก่อนจะลงตัวที่มีเนื้อหนัก เท่านี้ผิวหน้าก็ได้รับการบำรุงแล้วค่ะ